วิธีการและหลักการของการออกแบบฐานข้อมูล
                    สำหรับการออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ( Relational Database) นี้มีวิธีเริ่มต้นได้มากกว่า 1 วิธี  ซึ่งโดยทั้งไปแล้วนิยมเริ่มต้นด้วยการสร้าง ER Diagram   โดยนำรายละเอียดที่รวบรวมมาได้จากความต้องการของผู้ใช้มาทำการวิเคราะห์  หลังจากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาสร้างเป็น ER Diagram และทำการเปลี่ยน ER Diagram ให้เป็นโครงสร้างแบบรีเลชัน (Relational Schemes) ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปแบบของตาราง หลังจากนั้นนำรีเลชันต่าง ๆ มาทำการนอร์มัลไลเซชันเพื่อให้ฐานข้อมูลที่ออกแบบมานั้น    มีความซ้ำซ้อนน้อยที่สุด
Data Analysis
              เป็นการสำรวจระบบงานและนำมาวิเคราะห์ว่า  ในระบบงานนั้นมีข้อมูลอะไรบ้าง มีข้อบังคับเงื่อนไขอะไร  มีใครเกี่ยวข้องบ้างและสารสนเทศที่ได้จากฐานข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการมีอะไรบ้าง
สร้าง ER Diagram
              เมื่อได้ข้อมูลจากขั้นตอน Data Analysis แล้ว  ต่อจากนั้นก็จะนำข้อมูลที่ได้มาเขียนเป็น ER Model  ในการ สร้าง ER  Diagram  มีขั้นตอนต่อไปนี้
               1. กำหนดเอนติตี้

               2. กำหนดแอททริบิวท์ให้แต่ละเอนติตี้

               3. กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้
 
            ตัวอย่างการสร้าง ER Model จากระบบการลงทะเบียนเรียนวิชาของวิทยาลัยราชพฤกษ์  เมื่อทำการสำรวจและวิเคราะห์ระบบเรียบร้อยแล้ว จะนำข้อมูลที่ได้มาทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

               1. กำหนดเอนติตี้
                         ในระบบการลงทะเบียนจะประกอบด้วยเอนติตี้ดังนี้  เอนติตี้นักศึกษา, เอนติตี้วิชา, เอนติตี้อาจารย์  เมื่อกำหนดเอนติตี้เรียบร้อยแล้วให้นำมาเขียนเป็นสัญลักษณ์ในรูปแบบ ER ดังนี้                 
               2. กำหนดแอททริบิวท์ให้แต่ละเอนติตี้
                          เมื่อได้เอนติตี้มาแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดแอททริบิวท์ที่เหมาะสมให้แต่ละเอนติตี้ เช่นเอนติตี้นักศึกษาจะประกอบด้วยแอททริบิวท์ที่เหมาะสมดังนี้คือ รหัสนักศึกษา, ชื่อ-สกุล, สาขาวิชา, คณะ, ที่อยู่ เมื่อกำหนดแอททริบิวท์เรียบร้อยแล้วให้นำมาเขียนเป็นสัญลักษณ์ในรูปแบบ ER ดังนี้       
                3. กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้
                        ขั้นต่อไปเป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้นักศึกษากับเอนติตี้วิชา มีความสัมพันธ์กันคือ ลงทะเบียนเรียน   ซึ่งความสัมพันธ์มีลักษณะเป็นแบบ M:N   เมื่อกำหนดความสัมพันธ์ได้แล้วให้นำมาเขียนเป็นสัญลักษณ์ในรูปแบบ ER ดังนี้
การแปลง ER Diagram ให้อยู่ในรูปแบบของตาราง (Relational Schemes)
                 การนำ ER Diagram มาทำให้อยู่ในรูปแบบของตารางนั้นมีหลักการดังนี้
                        เมื่อนำเอนติตี้มาเขียนเพื่อแสดงความสัมพันธ์ในรูปแบบของ ER  เช่นตัวอย่างข้างต้น  จะเห็นได้ว่าหากความสัมพันธ์นั้นเป็นแบบ M:N  สัญลักษณ์ที่แสดงความสัมพันธ์ (สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด) จะต้องมีแอททริบิวท์ด้วย  แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์ 1: 1 หรือ 1: M ในสัญลักษณ์ที่แสดงความสัมพันธ์ไม่ต้องมีแอททริบิวท์
                         วิธีการแปลงเอนติตี้ที่ประกอบด้วยแอททริบิวท์ชนิดปกติ
                     วิธีการแปลงเอนติตี้ที่ประกอบด้วยแอททริบิวท์ชนิดกลุ่ม  
                                    ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแปลงเอนติตี้วิชา ให้เป็นรีเลชัน(ตาราง)วิชา  ซึ่งเป็นการแปลงในกรณีที่มีแอททริบิวท์ชนิดปกติ
                                   ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแปลงเอนติตี้นักศึกษา ให้เป็นรีเลชัน(ตาราง)นักศึกษา  ซึ่งเป็นการแปลงในกรณีที่มีแอททริบิวท์ชนิดกลุ่ม
                  วิธีการแปลง ER ที่มีความสัมพันธ์แบบ 1:1
                          ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นภาพ ER Diagram ทีมีความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้รถยนต์กับเอนติตี้สมุดจดทะเบียนรถยนต์เป็นแบบ 1:1
               

                   การแปลงเป็นตารางนั้นจะต้องนำคีย์หลัก (primary key : pk) ของตารางหนึ่งไปเป็นคีย์นอก (foreign key : fk) ของอีกตารางหนึ่งเพื่อให้ตารางทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน   จากตัวอย่างข้างต้นแปลงแล้วได้ดังรูปต่อไปนี้

                    วิธีการแปลง ER ที่มีความสัมพันธ์แบบ 1:M
                                 ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นภาพ ER Diagram ทีมีความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้แผนกกับเอนติตี้พนักงานเป็นแบบ 1: M
        เมื่อแปลง ER แบบ 1: M ให้เป็นตารางแล้ว  ให้นำคีย์หลัก (primary key: pk) จากตารางที่เป็น 1 ไปไว้ที่ตารางที่เป็น M ซึ่งจะกลายเป็นคีย์นอก (foreign key : fk) ของตารางที่เป็น M นั่นเอง  ดังรูปต่อไปนี้
                     วิธีการแปลง ER ที่มีความสัมพันธ์แบบ M : N
                                 ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นภาพ ER Diagram ทีมีความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้นักศึกษากับเอนติตี้วิชาเป็นแบบ M: N
                    ในการแปลง ER Diagram ที่มีความสัมพันธ์แบบ M:N เมื่อแปลงเป็นตารางแล้วจะเกิดตารางเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตาราง ดังรูปต่อไปนี้
________
__________
________
__________
____________
_______________
____________
______________
_______
__________
__________
______